บทความ นมมะพร้าวอัดเม็ด

รู้ไว้นะออเจ้า มะม่วง ผลไม้มากประโยชน์
ประโยชน์ของมะม่วง

Share : facebook share line share.png twitter share messenger share

รู้ไว้นะออเจ้า มะม่วง ผลไม้มากประโยชน์



มะม่วง ชื่อสามัญ Mango

มะม่วง ชื่อวิทยาศาสตร์ Mangifera indica L. ( ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Mangifera austroyunnanensis Hu ) จัดอยู่ในวงศ์มะม่วง ( ANACARDIACEAE )

มะม่วงจัดเป็นไม้ยืนต้น ที่มีต้นกำเนิดในประเทศอินเดีย และถือว่าเป็นผลไม้ ประจำชาติของประเทศอินเดีย ในบ้านเรานั้นมะม่วง จัดเป็นผลไม้เศรษฐกิจ ซึ่งส่งออกเป็นอันดับ 3 ของโลก

สำหรับพันธุ์มะม่วงนั้น มีหลากหลายสายพันธุ์มาก โดยสายพันธุ์ที่แพร่หลายมากที่สุด เห็นจะเป็นพันธุ์เขียวเสวย แรด น้ำดอกไม้ อกร่อง ฟ้าลั่น โชคอนันต์ เป็นต้น ซึ่งแต่ละสายพันธุ์นั้น ก็จะมีรสชาติ และลักษณะ แตกต่างกันออกไป

ประโยชน์ของมะม่วง ที่เราเห็นเป็นประจำก็คงจะไม่พ้น การนำมารับประทานเป็น ผลไม้สดทั้งดิบและสุก หรือมีการไปทำเป็นอาหารว่างต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น มะม่วงกวน มะม่วงแก้ว มะม่วงแช่อิ่ม มะม่วงน้ำปลาหวาน ข้าวเหนียวมะม่วง พายมะม่วง และนำไปใช้ประกอบอาหาร เช่น ใส่น้ำพริก ยำ ส้มตำ ส่วนยอดอ่อน หรือผลอ่อน ก็สามารถนำมา ประกอบอาหารแทนผัก ได้ด้วย เป็นต้น

สำหรับข้าวเหนียวมะม่วงนั้น จะมีแคลอรีสูงเพราะ ประกอบไปด้วยน้ำตาล ไขมันจากกะทิเป็นหลัก ผู้ที่อยู่ในวัยหนุ่มสาวมีสุขภาพดี การรับประทานข้าวเหนียวมะม่วง จึงไม่น่าจะมีปัญหาต่อสุขภาพ แต่สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว อย่างเบาหวาน การรับประทานข้าวเหนียวมะม่วง อาจจะไปทำให้น้ำตาล และไขมันเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ น้ำหนักตัวเพิ่ม ความดันสูง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะห้ามรับประทานเสียทีเดียว แต่การรับประทาน ก็ควรรับประทานอย่างระวัง และพิจารณารับประทาน ให้พอดีกับสุขภาพ ก็จะเกิดประโยชน์สูงสุด

สรรพคุณของมะม่วง

  1. รับประทานมะม่วง ก็ช่วยทำให้สดชื่น มีชีวิตชีวาได้เหมือนกัน
  2. มะม่วงมีวิตามินซีสูง จึงช่วยต้านอนุมูลอิสระ ได้เป็นอย่างดี
  3. มะม่วงมีวิตามินเอ วิตามินซี ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณ ให้เปล่งปลั่งสดใส
  4. ช่วยบำรุงและรักษาสายตา เพราะอุดมไปด้วยวิตามินเอ และเบตาแคโรทีน
  5. เป็นผลไม้ ที่มีส่วนช่วยบำรุงร่างกาย
  6. ช่วยทำให้ผ่อนคลาย และหลับสบายยิ่งขึ้น
  7. ช่วยทำให้ร่างกายทำงานเป็นปกติ ปรับสมดุลภายใน
  8. ผลมะม่วงดิบมีวิตามินซีสูง จึงช่วยป้องกันและรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน
  9. ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็งต่าง ๆ
  10. มีส่วนช่วยต่อต้านการเกิดโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งลำไส้ รวมไปถึงต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งเม็ดเลือด โรคมะเร็งผิวหนัง เป็นต้น
  11. ช่วยเยียวยาและรักษาโรคเบาหวาน ด้วยการใช้ใบมะม่วงประมาณ 15 ใบ นำมาล้างให้สะอาด แล้วนำมาต้มในน้ำสะอาด 1 ถ้วย โดยใช้ไฟอ่อน ๆ นาน 1 ชั่วโมง ถ้าน้ำแห้งก็เติมเรื่อย ๆ เมื่อเสร็จแล้วนำมาตั้งทิ้งค้างคืนไว้ 1 คืน พอเช้าก็นำมากรองเอาแต่น้ำดื่มติดต่อกันประมาณ 3-4 วัน
  12. ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ด้วยการรับประทานผลสดแก่
  13. ช่วยแก้อาการกระหายน้ำ ด้วยการรับประทานผลสดแก่
  14. ช่วยแก้อาการร้อนใน ด้วยการรับประทานผลมะม่วง
  15. ช่วยแก้โรคคอตีบ ด้วยการใช้เปลือกของลำต้นมะม่วงมาต้มรับประทาน
  16. แก้ซางตานขโมยในเด็ก ด้วยการใช้ใบมะม่วงพอประมาณนำมาต้มรับประทาน
  17. ช่วยรักษาอาการเยื่อปากอักเสบ จมูกอักเสบ ด้วยการใช้เปลือกของลำต้นมะม่วงมาต้มรับประทาน
  18. เปลือกมะม่วงของผลดิบ นำมาคั่วรับประทานร่วมกับน้ำตาล ช่วยแก้อาการปวดประจำเดือนและอาการปวดเมื่อยช่วงมีประจำเดือน
  19. เปลือกต้นมะม่วง นำมาต้มเอาน้ำดื่ม ช่วยแก้ไข้ตัวร้อน
  20. ไฟเบอร์จากมะม่วงเป็นตัวช่วยสำหรับการย่อยอาหารและเผาผลาญพลังงาน
  21. แก้อาการท้องอืด ด้วยการนำใบสดประมาณ 15 กรัมมาต้มกับน้ำดื่ม หรือใช้เมล็ดของมะม่วงสุกมาตากแห้งแล้วต้มเอาน้ำดื่ม หรือจะบดให้เป็นผงก็ได้แล้วนำมารับประทาน
  22. ช่วยแก้อาการบิด ถ่ายเป็นเลือด ด้วยการรับประทานผลมะม่วง
  23. ช่วยบำรุงกระเพาะอาหาร ด้วยการรับประทานผลมะม่วง
  24. แก้อาการลำไส้อักเสบเรื้อรัง ด้วยการนำใบสดประมาณ 15 กรัมมาต้มกับน้ำดื่ม
  25. มีส่วนช่วยในการขับถ่าย มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ด้วยการรับประทานมะม่วงสุก
  26. ช่วยขับปัสสาวะ ด้วยการรับประทานผลมะม่วง
  27. ช่วยขับพยาธิ ด้วยการใช้เมล็ดของมะม่วงสุกมาตากแห้งแล้วต้มเอาน้ำดื่ม หรือจะบดให้เป็นผงก็ได้แล้วนำมารับประทาน
  28. น้ำต้มกับใบมะม่วงสดประมาณ 15 กรัม ใช้ล้างบาดแผลภายนอกได้
  29. ใช้เป็นยาสมานแผลสด ด้วยการใช้ใบมะม่วงสดล้างให้สะอาดแล้วนำมาตำและพอกบริเวณที่เป็นแผล

ประโยชน์ของมะม่วง

  1. เนื้อไม้ของต้นมะม่วง สามารถนำมาใช้ทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ได้
  2. ใช้ประกอบอาหารหรือใช้รับประทานเป็นของว่างได้หลากหลาย เช่น ทำน้ำพริก ยำมะม่วง ต้มยำ เมี่ยงส้ม หรือการทำเป็นมะม่วงน้ำปลาหวาน คั้นเป็นน้ำผลไม้ก็ได้เช่นกัน
  3. นำมาแปรรูปเป็นมะม่วงกวน มะม่วงแก้ว มะม่วงดอง มะม่วงแช่อิ่ม มะม่วงเค็ม น้ำแยมมะม่วง พายมะม่วง เป็นต้น
  4. ใบแก่ของมะม่วงใช้เป็นสีย้อมผ้าให้เป็นสีเหลือง
  5. ทรีตเมนต์บำรุงผิวหน้าด้วยการใช้มะม่วงสุกมาฝานเป็นชิ้นบาง ๆ จากนั้นใช้ช้อนบดขยี้เนื้อมะม่วงให้ละเอียด แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก จะทำให้ผิวหน้าดูสะอาดเกลี้ยงเกลา รูขุมขนดูกระชับ ผิวเรียบเนียนไร้รอยเหี่ยวย่น

คุณค่าทางโภชนาการของมะม่วงดิบต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 60 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 15 กรัม
  • น้ำตาล 13.7 กรัม
  • เส้นใย 1.6 กรัม
  • ไขมัน 0.38 กรัม
  • โปรตีน 0.82 กรัม
  • วิตามินเอ 54 ไมโครกรัม 6%
  • เบตาแคโรทีน 640 ไมโครกรัม 6%
  • วิตามินบี 1 0.03 มิลลิกรัม 2%
  • วิตามินบี 2 0.04 มิลลิกรัม 3%
  • วิตามินบี 3 0.67 มิลลิกรัม 4%
  • วิตามินบี 6 0.12 มิลลิกรัม 9%
  • วิตามินบี 9 43 ไมโครกรัม 11%
  • วิตามินซี 36 มิลลิกรัม 60%
  • ธาตุแคลเซียม 11 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุเหล็ก 0.16 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุแมกนีเซียม 10 มิลลิกรัม 3%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 14 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุโพแทสเซียม 168 มิลลิกรัม 4%
  • ธาตุสังกะสี 0.09 มิลลิกรัม 1%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำ ที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน สำหรับผู้ใหญ่ ( ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database )

 



บทความที่น่าสนใจ

กลิ่นทุเรียน ทำไมบางคนหอม ทำไมบางคนเหม็น ?
แค่เคี้ยว นมมะพร้าวอัดเม็ด ก็บรรเทาอาการปวดหัวได้